เป็นTraineeนั้นแสนลำบาก?

posted on 10 Aug 2012 12:43 by hotelier-mango-tango directory Knowledge

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่รักทั้งหลาย ชะนีน้อยกลับมาแล้ว

ขอเบรกมหากาพย์เรื่องเที่ยวด้วยเรื่องงานกันหน่อยนะคะ เพราะตั้งแต่กลับมาจากเกาะสวาทหาดสวรรค์ประเทศเมาดิบ อิชั้นก็ตะลอนเที่ยวก่อนที่จะกลับเข้าทำงานกับองค์กรเดิม “โรงแรมช้างน้อยชินจัง” เพียงแค่เปลี่ยนแผนกจากหน้าบ้านเป็นหลังบ้าน ถ้าใครที่ติดตามอ่านมาตั้งกะปีมะโว้จะทราบว่าอิชั้นเป็นคุณครู(มือใหม่)

ช่วงนี้มีเด็กฝึกงานมาสมัครฝึกงานเยอะมากค่ะ มีโทรศัพท์มาแทบทุกวัน บางวันก็ไม่มีการโทรมาสอบถาม คุณน้องดิ่งเข้ามาเลย และอาจจะต้องกลับไปพร้อมความผิดหวังบ้างเพราะเตรียมเอกสารมาไม่ครบ...มันน่าเศร้ายิ่งนัก

ก่อนจะบอกว่าต้องเตรียมอะไรบ้างขอปูพื้นฐานให้อ่านก่อนว่า “ทำไมต้องฝึกงาน”

  1. การฝึกงานถือเป็นหลักสูตรบังคับของหลายๆสถาบันการศึกษา (บางหลักสูตรไม่มี) เพราะเมื่อนิสิต นักศึกษาหน้าใสได้รับความรู้ไปแล้ว ควรจะสามารถเอาความรู้ไปใช้จริงตอนฝึกงานได้ เช่น น้องๆหนูๆเรียนครุศาสตร์ ต้องออกไปฝึกสอนจริงๆ สอนแล้วเด็กนักเรียนเข้าใจมั้ย เด็กสาขาโรงแรมก็ต้องไปฝึกงานปูเตียง เด็กคหกรรมมาหั่นผัก ทำอาหาร อยู่โรงแรมจริงๆต้องเร็วมาหั่นทีละชิ้นแขกไม่ต้องกินกันพอดี
  2. เข้าใจโลกการทำงานที่แท้จริง ชีวิตเรียนมัน(โคตร)สบาย หลุดออกจากรั้วมหา’ลัยไปได้เมื่อไหร่เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะเอ็ง ไม่มีใครที่ป้อนให้เราทุกอย่างเหมือนอาจารย์เราแล้วแหละนะ รายงานส่งไม่ทันอาจารย์ก็หยวนๆให้ ถ้าทำงานจริงๆส่งไม่ทันโดนด่าสะอาด(เช็ด) หรืออาจโดนเชิญออกเมื่อทำผลงานไม่ดี ไหนยังต้องตื่นเช้า กลับค่ำเหมือนคนทำงานจริงๆ เป็นการฝึกให้เรามีวินัยไปในตัวด้วยค่ะ และต้องโตเป็นผู้ใหญ่
  3. เมื่อฝึกงานทำให้เราค้บพบตัวเองว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร ถ้ารู้แต่เนิ่นๆ ปีถัดไปจะได้เปลี่ยนสายทัน น้องๆบางคนที่เรียนคหกรรมมา ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบ ถนัด Western หรือ ครัวไทย ก็ไปลองดูก่อนได้ ขอยกตัวอย่างจากชีวิตตัวเองค่ะ เรียนสาขาท่องเที่ยว ชอบออกทริป(เที่ยวอย่างเดียว)แต่ไม่ชอบประวัติศาสตร์ ไม่ชอบท่องจำ ไม่ชอบตื่นก่อนนอนที่หลัง ไม่ชอบยืนกลางแดดแล้วแหกปาก พอลองฝึกงานโรงแรมและชอบเลยก็เลยเบนเข็มมาทำงานโรงแรม(รักสบาย ฮ่าๆๆๆ)

จะไปสมัครฝึกงานควรจะเตรียมอะไรไปบ้าง

  1. เอกสารทุกอย่างเหมือนไปสมัครงาน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรประจำตัวนิสิต/นักศึกษา Transcript (ตั้งใจเรียนดีๆนะหลายองค์กรเค้าดูเกรดด้วย)
  2. จดหมายจากทางสถาบัน เรียกให้ยาวๆยากๆก็คือ หนังสือขอความอนุเคราะห์ขอฝึกงาน หรือ หนังสือส่งตัว ทำไมต้องเอาไปด้วย? คำตอบง่ายๆเลยคือ ไปขอฝึกงานอย่างเป็นทางการและเป็นการให้เกียรติองค์กรที่เราจะไปขอฝึกงานด้วยนะคะเด็กๆ
  3. โทรศัพท์ไปสอบถามสักหน่อยก็จะดีนะคะว่าที่นั่น นู่น นี่ เปิดรับเด็กฝึกงานงานช่วงที่เราจะไปมั้ย บางที่เค้าก็ไม่ได้รับทุกแผนก บางที่ก็รับมากมาย บางที่ก็เต็มแล้วมีโควตาจำกัดโดยเฉพาะองค์กรดังๆ
  4. เตรียมเสื้อผ้า หน้า ผม ให้ดูดีมีการอบรม ...คือ ไปให้ดูดี เค้าจะได้ไม่ด่าเอาได้ว่า สถาบัน หรือ อาจารย์ไม่สั่งสอน อย่าทำให้เสียชื่อสถาบันนะจ๊ะ เคยมีเด็กที่จะมาฝึกงานห้องอาหารถามว่า “พี่คะหนูไม่ได้ทาเล็บแต่หนูไว้เล็บยาวได้มั้ยคะ?” หนูจ๋า หนูอยากให้คนที่มาเสิร์ฟอาหารให้หนูเล็บยาวจนทิ่มเข้ามาในจานบวกขี้เล็บดำๆ หนูจะแด๊กลงมั้ยจ๊ะ ความสะอาดเป็นเรื่องสำคัญด้วยค่ะ น้องผู้ชายไม่โกนหนวดไม่ตัดเล็บจะมาฝึกครัว คุณพี่ก็ต้องอัญเชิญไปโกนหนวด ตัดเล็บ ก่อนทีจะส่งให้เชฟใหญ่สัมภาษณ์นะคะ หรือ “พี่คะเพื่อนหนูเป็นกระเทยใส่กระโปรงไปได้มั้ยคะ”  องค์กรโรงแรมไม่มีกีดกันเพศที่สาม สี่ ห้า ขอเพียงให้คุณอยู่ในระเบียบค่ะ ยังดีที่ถามมาก่อน เพราะแต่ละแผนกเค้าก็มียูนิฟอร์มที่ต่างกันออกไป อาจจะได้ใส่กระโปรงหรือกางเกงนะคะ ...แหม แอร์ที่แปลงเพศแล้วเค้ายังให้ใส่กระโปรงเลย คำตอบนี้แล้วแต่ความยืดหยุ่นขององค์กรเลยค่ะ(โบ้ยแล้ว)
  5. เตรียมใจ แบบว่าน้องๆบางคนเป็นลูกคุณหนู คุณชาย ลูกเทวดา เกิดมาไม่เคยทำงานหนัก ไม่เคยทำงานบ้าน ไม่เคยโดนใครด่าว่า พ่อแม่โอ๋ คุณแม่ไม่ให้กลับบ้านดึกเกิน6โมงเย็น ตื่นก็สาย มาทำงานก็สายทุกวัน จะใช้ชีวิตในสังคมคนทำงานท่าจะยากส์ ไม่ใช่ปรับไม่ได้นะคะ ปรับได้ต้องใช้เวลาหน่อย ถ้าปรับตัวไม่ได้แนะนำว่าอยู่บ้านตื่นสายๆนั่งนับเงินให้คุณพ่อคุณแม่ดีกว่าค่ะ เล็บที่ทำมาจะได้ไม่หัก  แต่น้องๆหนูๆที่บ้านรวยๆมีธุรกิจของที่บ้านรองรับ มาฝึกงานไปจะได้เข้าใจพนักงานระดับปฏิบัติการนะคะ ว่าเค้าเหล่านั้นรู้สึกอย่างไร เวลาที่โดนเจ้านายจิกหัวใช้ โดนด่า เวลาทำงานจริงมันเหนื่อยแค่ไหน เจอกับความกดดัน งานไม่เสร็จไม่ได้กลับบ้านเนี่ย ก่อนจะเป็นนายก็ต้องเป็นลูกน้องมาก่อนทั้งนั้น มารยาทที่ไม่เคยมี ไม่เคยยกมือไหว้ใครยกเว้นตอนแม่ให้เงิน หรือ ไม่เคยไหว้ครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่คนอื่น ไหว้เป็นแค่รุ่นพี่ ก็ต้องหัดมารยาทกันด้วยนะคะ
  6. เตรียมคำถามที่คาใจไปตกลงกับองค์กรที่จะฝึกงาน เช่น หนูกลับบ้านหลัง1ทุ่มไม่ได้คุณแม่ขอร้อง, ผมมีเรียน รด. ขอหยุดไปเรียนทุกวันศุกร์, ฝึกงานแล้วได้เงินมั้ยคะ (ไม่ได้จ้ะ ยกเว้นทิปถ้าทำทัวร์ หรือโรงแรมนะ) พี่จะรับหนูมั้ยคะ (ยังไม่ได้สัมภาษณ์เลย) หนูติดเพื่อนมากขออยู่แผนกเดียวกัน ฯลฯ คุยกันให้เรียบร้อบก่อนเริ่มงานจะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง

 

...เป็นไงคะ แต่ขั้นตอนการเตรียมตัวยังเหนื่อยขนาดนี้ จะไปฝึกงานดีมั้ยเนี่ย ฝึกงานไปเถอะค่ะ ข้อดีของการฝึกงานก็ยังมีนะคะ

  1. ได้ประสบการณ์จริงๆ ไม่ใช้สแตนอิน จะเป็นประโยชน์เมื่อคุณๆทั้งหลายไปสมัครงานนะคะ จะพูดได้เต็มปากว่า “มีประสบการณ์ฝึกงานมาแล้ว” มันก็ได้ภาษีดีกว่า “ไม่มีประสบการณ์” จากประสบการณ์ตัวเองเลยนะคะ เคยสมัครงาน แต่ก็โดนตอกแสกหน้ากลับมาว่า “เรารับแต่คนที่มีประสบการณ์ค่ะ” ใจร้ายจริงๆ ถ้าคุณไม่ให้โอกาสแล้วอิชั้นจะไปหาประสบการณ์จากที่ไหนคะ? ...แต่ข้อนี้ก็อย่าคิดมาก เพราะหลายๆองค์กรก็รับเด็กใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์จ้ะ
  2. อาจมีโอกาสได้บรรจุเข้าเป็นพนักงาน อันนี้เรื่องจริงของตัวเองและหลายๆคนค่ะ เราเองฝึกงานตอนเทอมสุดท้าย ฝึกเสร็จพี่ๆก็รับเข้าทำงานต่อเลย ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับผลงานของน้องๆหนูๆด้วยนะคะ น้องๆที่ฝึกงานอยู่บางคนยังเรียนไม่จบเลยค่ะ แต่ก็ได้รับการว่าจ้างให้มาทำเป็นรายวัน...เป็นไงล่ะ เหนื่อยไม่ฟรีมีค่าจ้างให้ด้วย
  3. ฝึกงานแล้วกลับไปเรียนช่วยให้เราเข้าใจเรื่องที่เรียนมากขึ้น ก็เราไปเห็นของจริงมาแล้วนี่ใช่มะ
  4. ได้สังคมค่ะ นอกเหนือจากห้องเรียนและเพื่อนร่วมสถาบัน เราจะได้รู้จักผู้คนข้างนอก ทีนี้ก็ง่ายต่อการหางานแล้ว...ไม่ใช่งาน คลิกๆๆได้เงินแสน หรือหาเครือข่ายต่อยอดมงกุฎเพชรพระอุมานะจ๊ะ

เมื่อรู้แล้วว่าจะเจออะไรเมื่อฝึกงานก็เตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อมนะคะ จะได้ไม่พลาด ถ้าผิดบ้างก็ไม่ว่ากันเพราะยังถือว่าเป็นTrainee เด็กฝึกงาน ไม่ประสีประสาอะไร ชีวิตคนทำงานจริงๆ มันไม่ได้ง่ายๆ สบายเหมือนมาเรียน การฝึกงานเหมือนเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เราเข้มแข็งนะคะ และช่วงที่เราเข้ามาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก็อย่าลืมถามพวกพี่ๆเค้าเมื่อไม่เข้าใจนะคะ ...เจอเด็กถามว่า “พี่คะFinanceคือแผนกอะไรเหรอคะ?”...คุณพี่อยากจะส่งคุณน้องกลับไปเรียนใหม่จริงๆ ปวดตับ

กรี๊ดดดดดด

เอาล่ะหมดเรื่องปวดตับของเด็กฝึกงานแล้ว คุณพี่ขอเตรียมตัวไปทำPresentationปฐมนิเทศเด็กฝึกงานก่อนนะคะ ฟิ้ว....

 

สวัสดีค่ะ

 

 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! เป็นประโยชน์สำหรับน้องๆมากเลยค่ะ
ตัวเราเองเคยฝึกงานแล้ว โดนพี่ๆ ผช แต๊ะอั๋งค่ะ
ร้องไห้ทุกวันเลย T^T

#6 By blackyanglob on 2012-11-29 09:22

ได้แนะนำเอนทรี่นี้เป็น Exteen Brief นะคะ =D
http://community.exteen.com/20120820/exteen-brief-200812

#5 By เมพหมี shakri on 2012-08-20 17:23

อ่านๆ ดูแล้ว เป็นเทรนเนอร์ลำบากกว่านะคะ sad smile
@llrhizopusll แล้วแต่เด็กด้วยค่ะ จำพวกลูกเทวดาจะสอนยากหน่อย ถ้าเด็กจากตจว. เรื่องภาษาอาจมีปัญหาแต่เรื่องความอึดและสู้งานกินขาดbig smile

#3 By Mango Hotel on 2012-08-13 12:27

เป็นคนฝึก trainee ลำบากกว่าหรือเปล่าคะเนี่ย cry

#2 By Rhizopus ❤ on 2012-08-13 10:39

Hot! Hot! Hot!

#1 By aaax on 2012-08-12 20:57